ข่าวสาร/บทความ เครื่องช่วยฟัง Nextone
บทความ

หูตึงคืออะไร แบบไหนเรียกหูตึง

หูตึงคืออะไร ?      หูตึง สำหรับคนทั่วไปนั้นหมายถึงการได้ยินที่ลดลง ซึ่งปกติแล้วหูตึงอาจจะเกิดขึ้นในหู 1 ข้าง หรือ อาจจะเกิด 2 ข้างก็ได้ หรือบางรายอาจจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันโดยที่คุยไม่ได้ตั้งตัว โดยส่วนมากคนหูตึง เวลาเราพูดด้วยจะต้องพูดเสียงดังๆ ต้องพูดซ้ำๆ บางรายถึงขั้นต้องตะโกน โดยเราจะแบ่งประเภทหูตึงออกเป็น หูตึงน้อย หูตึงปานกลาง หูตึงมาก หูตึงรุนแรง และ หูหนวก สาเหตุของปัญหาหูตึง ?      ก่อนจะรู้ว่าหูตึงได้อย่างไร ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเราได้ยินอย่างไร โดยการได้ยินของคนเรานั้นเกิดจากการที่มีเสียงเดินทางผ่านอากาศ เข้ามาในช่องหู และเสียงเข้ามากระทบกับแก้วหูทำให้เกิดการขยับของกระดูกหูและมีการแปลการขยับมาเป็นกระแสประสาท และส่งเข้าไปให้สมองแปลความหมาย ดังภาพนี้        การที่คุณหูตึงจะเกิดได้จากทุกขั้นตอนที่กล่าวมาได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการนำเสียง หรือ การแปลความหมายของเสียง ทำให้เกิดการได้ยินที่ลดลง หรือ ที่เราเรียกว่าหูตึงได้นั้นเอง โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาหูตึงมีดังนี้ 1. เกิดจากวัยที่มากขึ้น2. เกิดจากการได้รับเสียงดังเป็นเวลานานๆ    ความดังที่ปลอดภัย 0-80dB สามารถรับฟังได้ที่ 0-12 ชม.    ความดังที่ยังพอรับได้ 80-100dB สามารถรับฟังได้ที่ 0-8 ชม.    ความดังที่อันตราย 100+dB สามารถรับฟังได้ที่ 0-15 นาที   การเปิดเพลงเสียงดังสุดให้ความดังที่ 100dB ถ้าฟังเกิน 15 นาทีเสี่ยงหูตึงได้    3. เกิดจากการทานยาบ้างชนิดที่มีผลทำให้ประสาทหูเสื่อม   เมื่อหูตึงต้องทำยังไง ?    หากคุณสงสัยว่าตัวคุณเองเข้าข่ายว่ามีปัญหาการได้ยินหรือไม่ สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรก 1.  ให้ไปพบแพทย์เฉพาะทางก่อน เพื่อดูว่าจริงๆแล้วคุณมีปัญหาการได้ยินจริงไหม หรือ อาจจะเป็นเพราะแค่ขี้หูอุดตัน หรือ อาจจะเกิดจากการทานยาบางชนิดแล้วทำให้การได้ยินลดลง 2.  เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าคุณมีปัญหาการได้ยิน และจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง อย่า!!! พึ่งซื้อเครื่องช่วยฟังจาก อินเตอร์เน็ต มาใช้เองอย่างเด็ดขาด คุณควรจะเลือกซื้อเครื่องช่วยฟังกับร้านที่มีการตรวจการได้ยิน เพื่อหาค่าการได้ยินของหูของคุณจริงๆ เพื่อจะได้เลือกเครื่องช่วยฟังที่ตั้งค่าการได้ยินให้ตรงกับผลตรวจซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาการได้ยินได้ เพราะเครื่องช่วยฟังที่ขายแบบสำเร็จโดยไม่ได้ตรวจการได้ยินนั้นจะทำให้การได้ยินของคุณเสื่อมลงมากกว่าเดิม     วิธีสังเกตอาการหูตึง ?      บางที่เราก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองนั้นหูตึงแล้วนะ วันนี้ในการใช้ชีวิตประจำวันของคุณลองตรวจเช็คว่าตัวเอง หรือ คนรอบตัวของคุณมีอาการที่เข้าข่าย " หูตึง " หรือไม่ โดยสังเกตจากอาการเหล่านี้ 1. ให้ลองสังเกตดูว่าคนรอบตัว ของคุณต้องใช้เสียงที่ดังขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อคุยกับคุณหรือไม่  2. สังเกตดูอาการของคุณที่เราสนทนา ด้วยว่าสิ่งที่เราตอบกลับเข้าไปนั้นตรงกับที่เขาถามหรือเปล่า เพราะบางทีเราอาจจะได้ยินอีกอย่างไม่ตรงกับที่เขาถามก็เป็นได้3. เมื่อคุณได้ยินสิ่งที่คนอื่นถาม คุณมีอาการ งง หรือ ไม่ รู้ว่าเขาพูดอะไรกันแน่หรือไม่ 4. สังเกตตัวคุณเอง ว่ามีการเพิ่มเสียงมากกว่าเดิมหรือไม่ เช่น เมื่อก่อนเวลาฟังเพลงเพิ่มแค่ 3 ระดับ แต่ตอนนี้ต้องเพิ่มมากกว่านั้นเป็น 4-5 ระดับ  5. ตรวจการได้ยินออนไลน์ คลิกเลย VDO ปัญหาการได้ยินจาก นพ.พิชญ์ อมตมหัทธนะ แพทย์เฉพาะทาง    

pic

ก่อนซื้อเครื่องช่วยฟัง ต้องรู้อะไรบ้าง       สำหรับใครที่คนใกล้ตัว หรือ ตัวคุณเองมีปัญหาการได้ยิน และ อยากจะซื้อ เครื่องช่วยฟัง มาใช้เพื่อแก้ปัญหา เพราะคิดว่าการทำงานของตัวเครื่อง นั้น จะเหมือนกับหูฟัง ที่คุณใส่ฟังเพลง ใส่เพื่อพูดคุยแบบ Bluetooth หรือ สมอล ทอร์ค ที่ติดกับโทรศัพท์สมัยก่อน อยากจะบอกว่าคุณคิดผิดแล้ว เครื่องช่วยฟัง แตกต่างจากสิ่งที่คุณเข้าใจอย่างสิ้นเชิง และถ้าคุณซื้อมาใช้เลยจะทำให้คุณเสีย เงินฟรีอย่างแน่นอน และ อาจจะทำให้คุณจากหูตึงเป็นหูหนวกได้อีกด้วย   ความต่างของเครื่องช่วยฟัง กับ หูฟังทั่วไป       เครื่องช่วยฟังจะเป็นเหมือนกับไมค์และลำโพงในตัวเดียวกัน ซึ่งจะต่างจาก หูฟังทั่วไปที่มีขายตามท้องตลาด ที่จะมีแค่ตัวลำโพงสำหรับขยายเสียง และ ไฟล์เสียงที่หูฟังขยายก็ถูกตกแต่งให้มีความชัด หรือ แม้แต่ตอนที่ใช่หูฟังใน การสนทนาทางโทรศัพท์ ตัวโทรศัพท์เองก็ได้ทำการแต่งเสียงก่อนจะส่งไปถึง คุณที่เป็นปลายทาง แต่กับเครื่องช่วยฟังจะไม่เหมือนกัน เพราะตัวเครื่องช่วยฟัง จะรับเสียงจากผู้พูดและมาขยายเสียงในขณะนั้นเลย จึงทำให้การทำงานต้องมี ความซับซ่อนมากกว่า และ เครื่องช่วยฟังจะขยายตามย่านความถี่ที่ตรงกับ การสูญเสียการได้ยิน ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น แว่นสายตา ที่จะมีความชัดเฉพาะ กับค่าสายตาของผู้ใช้ แต่ถ้าคุณเป็นคนปกติมาใส่ จึงทำให้มองไม่ชัดนั้นเอง 5 ข้อที่ควรรู้ก่อนซื้อเครื่องช่วยฟัง 1. เครื่องช่วยฟังมีระบบอะไรบ้าง เครื่องช่วยฟังที่มีขาย ณ ปัจจุบันจะมีด้วยกัน 2 ระบบ คือ ระบบดิจิตอล และ ระบบอนาล็อค โดยระบบอนาล็อคจะเป็นระบบ เครื่องช่วยฟังแบบเก่า ที่รับสัญญาณเสียงมาแล้วแปลงสู่ลำโพงเลย จึงทำให้ ระบบอนาล็อคจะไม่สามารถลดเสียงรบกวนได้ ซึ่งจะแตกต่างจากระบบดิจิตอล ที่เป็นระบบใหม่จะแปลงสัญญาณเสียงเป็นรหัส เพื่อแยกเป็น Chanel ดูว่า อันไหนคือคนพูด อันนั้นคือเสียงรบกวน ทำให้มีความชัด ฟังสบายกว่า 2. Channel คืออะไร จากข้อที่ 1 คุณรู้แล้วว่าเครื่องช่วยฟังดิจิตอลจะมี Channel เพื่อแยกเสียงต่างๆ ที่นี่เมื่อ Channel เยอะ ยิ่งทำให้การแยกเสียงนั้นมีความ ละเอียดยิ่งขึ้น ทำให้ความชัดของการฟังใกล้เคียงกับหูเดิมที่เสียไปของคุณ และยิ่ง Channel เยอะ ก็ยิ่งทำให้เครื่องช่วยฟังมีราคาสูงขึ้นเช่นกัน 3. ต้องรู้ระดับการได้ยินของตัวคุณเอง ก่อนซื้อเครื่องช่วยฟังทุกครั้งคุณจะ ต้องรู้ก่อนว่าตัวคุณเองนั้น สูญเสียการได้ยินในระดับไหน เพราะหากคุณไม่รู้ และซื้อเครื่องช่วยฟังเลย ทำให้เสียงที่ขยายจากเครื่องช่วยฟังนอกจากจะ ขยายช่วงความถี่ความดังที่คุณสูญเสียการได้ยินแล้ว ยังจะขยายในช่วงที่คุณ ไม่สูญเสียการได้ยินด้วย จึงทำให้หูของคุณแย่ลงไปมากกว่าเดิม การตรวจ การได้ยินก่อนใส่เครื่องจึงสำคัญเอามากๆ ที่จะช่วยให้คุณแก้ปัญหาการได้ยิน ได้อย่างตรงจุดที่สุด 4. ต้องทดลองเครื่องก่อนซื้อ เพียงแค่การตรวจการได้ยินและ ซื้อเครื่องไม่พอ คุณจะต้องทดลองเครื่องก่อนซื้อด้วย เพราะเครื่องช่วยฟังที่ทางร้านแนะนำ จริงอยู่จะตรงกับผลตรวจของคุณ แต่เสียงจากตัวเครื่องจะถูกใจคุณหรือไม่ เสียงจะดังเกินไป เสียงก้องเกินไป เสียงแหลมเกินไป จึงต้องทดลองเครื่องและ ให้นักแก้ไขการได้ยินช่วยตั้งค่าตัวเครื่องให้ตรงกับเสียงที่คุณต้องการ 5. เครื่องช่วยฟังแบบตรวจการได้ยินแพง เมื่อก่อนอาจจะแพงจริง ในเรื่องของ ค่าใช้จ่ายในการตรวจการได้ยิน และ ราคาเครื่องช่วยฟัง แต่ปัจจุบันไม่ใช่แบบ นั้นแล้วเพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาทำให้ราคาเครื่องถูกลง เหลือเพียงหลักพัน ซึ่งแพงกว่าเครื่องสำเร็จรูปนิดเดียว และ หากคุณมีสิทธิ์เบิกประกันสังคม เบิกข้าราชการก็สามารถใช้ได้โดยเบิกได้สูงสุดอยู่ที่ 12,500 บาท     NexTone มีบริการตรวจการได้ยินฟรี และ ราคาเครื่องเริ่มต้นเพียง 7,890 บาท

pic

ตรวจการได้ยินออนไลน์ (ไม่มีค่าใช้จ่าย) รู้ผลทันที ทำง่ายแค่ 3 ขั้นตอน โปรแกรม ตรวจการได้ยินออนไลน์ ของ Nextone เป็นโปรแกรมที่มีความละเอียดสูง ผ่านการวิเคราะห์เสียง จากหลากหลายคลื่นความถี่ ทั้งเสียงความถี่สูง ความถี่กลาง และความถี่ต่ำ โดยประเมินกว่า 6ขั้นตอน ทำให้สามารถรู้ระดับการสูญเสียการได้ยินเบื้องต้นได้ทำไมต้อง ตรวจการได้ยินออนไลน์ 1. ทำไมต้องตรวจการได้ยิน ??การตรวจการได้ยิน เป็นขั้นตอนที่เรียกได้ว่า สำคัญที่สุด ในการใช้เครื่องช่วยฟังเลยเพราะการตรวจนี้ จะช่วยประสานเครื่องช่วยฟัง และหูของผู้ใช้ ให้เข้ากันอย่างลงตัวมากที่สุด ซึ่งการสวมใส่เครื่องช่วยฟังที่ตรงกับระดับการสุญเสียการได้ยิน ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณสามารถรับฟังเสียงใสใกล้เคียงธรรมชาติแล้ว ยังช่วยชะลอการเสื่อมของประสาทการได้ยินให้คงเดิมไว้ได้มากที่สุดอีกด้วยหากไม่ ตรวจการได้ยินออนไลน์ ก่อนเลือกเครื่องช่วยฟัง แต่หากว่าเราไปใช้เครื่องช่วยฟัง ที่ไม่ตรงกับระดับการได้ยิน หรือไม่ผ่านขั้นตอน ตรวจการได้ยิน ก่อน อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้ เพราะ- การเลือกเครื่องช่วยฟังที่ดังไป อาจทำให้ประสาทการได้ยินของหูเสื่อมขึ้นมากกว่าเดิม- การเลือกเครื่องช่วยฟังที่เบาไป ก็ไม่ได้ช่วยให้การได้ยินดีขึ้น ทั้งเสียเงิน และยังไม่ช่วยชะลอการเสื่อมของประสาทการได้ยินด้วย 2. ตรวจการได้ยินออนไลน์ ช่วยให้รู้ปัญหา คนรอบข้างเข้าใจในช่วงแรก หลายคนอาจไม่แน่ใจ และอาจไม่ทราบ ว่าตัวเองมีปัญหาหูตึง จึงละเลยไม่ได้สนใจ แต่การ ตรวจการได้ยินออนไลน์ นี้ จะช่วยคุณให้สามารถรับรู้ปัญหา และระดับการได้ยินที่สูญเสียไปเบื้องต้น เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตัวถูก ว่า ควรแก้ไขอย่างไร และควรหาทางออกร่วมกับคนในครอบครัวอย่างไร 3. ละเอียดในระดับหนึ่ง และไม่เสียค่าใช้จ่าย การตรวจการได้ยินออนไลน์ นี้ สามารถทำได้ทุกที่ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการทดสอบ อีกทั้งยังมีความละเอียดที่สูงในระดับหนึ่ง เพราะผ่านการทดลอง และการวิเคราะห์จากคลื่นความถี่เสี่ยงหลายระดับ Nextone มีบริการ ตรวจการได้ยินออนไลน์  ฟรีโปรแกรมตรวจการได้ยินนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้มีปัญหาการได้ยิน หูตึง ได้ยินไม่ชัด สามารถรับรู้ระดับการสูญเสียได้ยินในเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง เพื่อที่จะสามารถเลือกเครื่องช่วยฟังที่เหมาะสมได้มากยิ่งขึ้น คลิกที่นี่ <<<< เพื่อทำการ ทดสอบการได้ยิน การใช้โปรแกรม ตรวจการได้ยินออนไลน์ ทำง่าย แค่ 3 ขั้นตอน 1. อยู่ในห้องปิด ทำสภาพห้องให้เงียบ ไม่มีเสียงรบกวน ไม่มีเสียงลม 2. ใส่หูฟังให้แน่น ปรับระดับเสียงให้ดังที่สุด 3. เริ่มทำการทำสอบ โดยเลือกหูด้านที่มีปัญหา แล้วทดสอบจนเสร็จสิ้น จากนั้นกรอกข้อมูลเพื่อ รับผลการทดสอบได้ทันที ขั้นตอนการใช้โปรแกรม ตรวจการได้ยินออนไลน์ คลิกที่นี่ <<<< เพื่อทำการ ทดสอบการได้ยิน หมายเหตุ : โปรแกรมตรวจการได้ยินออนไลน์ Nextone มีความละเอียดมาก แต่อาจจะไม่ได้ผลตรง 100% แต่อย่างน้อยก็ทำให้ท่านทราบระดับสูญเสียการได้ยินเบื้องต้นได้

pic

จริงอยู่ที่ว่าอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟังนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งพฤติกรรมและความถี่การใช้งาน คุณภาพของเครื่องช่วยฟังแต่ละเครื่อง แต่หนึ่งปัจจัยที่สำคัญมากที่สุด ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟังให้ใช้งานได้นานอย่างไม่น่าเชื่อ คือ การดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังอย่างถูกวิธี โดยวิธีการดูแลรักษาเครื่องช่วยฟัง มีดังนี้ 1. เก็บรักษาอุปกรณ์ไว้ในที่แห้ง วิธีดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังวิธีแรก คือ เก็บรักษาในที่ที่เหมาะสม โดยควรเก็บไว้ในที่อากาศแห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก และมีความชื้นสัมพัทธ์ไม่เกิน80% และต้องหลีกเลี่ยงความชื้น เพราะอาจเกิดคราบต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อตัวเครื่อง และควรเก็บในอุปกรณ์เก็บโดยเฉพาะ ไม่เก็บรักษาด้วยการนำกระดาษทิชชู่มาห่อหุ้ม2. ระวังอย่าให้โดนน้ำเด็ดขาด  เครื่องช่วยฟังส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับกันน้ำ ดังนั้นต้องระมัดระวังและใช้ความพยายามอย่าให้เครื่องโดนน้ำเด็ดขาด เพราะเครื่องอาจช็อต หรือวงจรอาจเสียได้ แต่หากเครื่องเปียกหรือนำ้เข้า สิ่งที่ต้องทำคือควรถอดถ่านออกทันทีและทำให้เครื่องแห้งก่อนที่จะลองนำมาใช้ใหม่ 3. รักษาความสะอาดโดยเช็ดด้วยผ้าแห้งความสะอาดของเครื่องเป็นอีกหนึ่งวิธีดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังให้มีอายุการใช้งานที่ทนทาน ดังนั้นต้องทำความสะอาดบ่อย ๆ โดยการเช็ดด้วยผ้าแห้ง หรือทิชชู่อย่างทะนุถนอม และที่สำคัญห้ามใช้ผ้าเปียก หรือผ้าชุบแอลกอฮอล์ เพราะอาจสร้างความเสียหายให้ตัวเครื่องได้ 4.ระมัดระวังการใส่ถ่านให้ถูกเครื่องช่วยฟังที่นิยมส่วนใหญ่นั้นเป็นชนิดที่ใช้ถ่านนาฬิกา ทำให้การเปลี่ยนถ่านจึงเป็นงานที่ต้องมาพร้อมกับการใช้เครื่องช่วยฟังอย่างเลี่ยงหนีไม่ได้ ซึ่งการใส่ถ่านผิดขั้ว หรือใส่ถ่านผิดประเภทนั้นสามารถสร้างความเสียหายให้ตัวเครื่อง และอาจทำให้เครื่องมีปัญหาได้ในท้ายที่สุด 5. ศึกษาคู่มือการใช้งานอย่างละเอียด การศึกษาคู่มือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างจำเป็นในการยืดอายุการใช้งานของเครื่องช่วยฟัง เพราะในคู่มือมีอธิบายตั้งแต่ขั้นตอนการเปิด ปิด วิธีการใช้งานที่ถูกต้อง เพราะบางครั้งการลัดขั้นตอนอาจส่งผลเสียต่อการใช้งานเครื่องช่วยฟังในระยะยาวได้ รวมไปถึงในคู่มือยังบอกวิธีการดูแลรักษาเครื่องช่วยฟัง ดังนั้นอ่านการคู่มือการใช้งานก็เป็นส่ิงที่ผู้ใช้ไม่ควรละเลย6. ระวังให้ห่างไกลจากความร้อนควรระมัดระวังไม่นำเครื่องช่วยฟังไปวาง หรืออยู่ใกล้ความร้อนนาน ๆ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจากแดด หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ให้ความร้อน เพราะเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่อาจทำให้วงจรไฟฟ้าของเครื่องเกิดความเสียหาย และอาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพเร็วขึ้นได้ 7. อย่าทำตก กระแทก หรือบีบด้วยความรุนแรง อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ แต่เราสามารถระมัดระวังได้ ดังนั้นในระหว่างที่ใช้เครื่องช่วยฟัง หรือในขณะที่มีเครื่องช่วยฟังอยู่ในมือ ไม่ควรทำกิจกรรมที่เสี่ยงทำให้เครื่องตก หรือกระแทก เพราะวงจรข้างในหรือชิ้นส่วนบางชิ้นอาจได้รับความเสียหาย และไม่สามารถซ่อมแซมได้ 8. รักษาความสะอาดของช่องหู ขี้หูนอกจากจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การได้ยินมีปัญหาแล้ว การมีขี้หูเยอะเกินไปยังอาจทำให้เข้าไปอุดตันในชิ้นส่วนของเครื่องช่วยฟังได้ ดังนั้นการรักษาความสะอาดของช่องหูเป็นวิธีดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังวิธีหนึ่งที่ง่ายที่สุดในการช่วยยืดการใช้งานเครื่องช่วยฟังของคุณ 9 ห้ามซ่อมเอง หากเครื่องมีปัญหาเมื่อเครื่องช่วยฟังมีปัญหา ส่ิงที่ต้องทำไม่ใช่การนำอุปกรณ์ช่างมาลองงัดแงะแกะเกาเครื่องดู เพราะอาจทำให้ปัญหาที่เคยเล็ก ๆ นั้นใหญ่ขึ้น จนไม่สามารถซ่อมแซมรักษาให้เครื่องกลับมาเป็นเหมือนเก่า วิธีดูแลรักษาเครื่องช่วยฟังที่ถูกต้องหากเครื่องพบปัญหา คือปรึกษาและส่งซ่อมกับทางร้านจำหน่ายเครื่องช่วยฟัง 

pic

     ถ้าชีวิตประจำวันของคุณที่อยู่กับเสียงและต้องเผชิญปัญหาเกี่ยวกับเสียงมันก็ย่อมเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อการใช้ชีวิตได้ เพราะมันอาจจะก่อให้เกิดความรำคาญต่อการใช้ชีวิตของคุณได้ ดังนั้นทุกคนที่รำคาญเกี่ยวกับเสียงก็มักจะหาวิธีการแก้ไข บางคนหูไม่ดี ไม่ค่อยได้ยินก็จะใช้ เครื่องช่วยฟัง เข้ามาเพื่อให้ได้ยินเป็นเรื่องปกติ ในส่วนเรื่องของอุปกรณ์ที่ทำให้คุณนั้นเผชิญปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน่ารำคาญเหล่านี้ก็อาจจะทำได้โดยการเปลี่ยนลำโพง หรือเปลี่ยนเครื่อง หรือเปลี่ยนหูฟังไปเลยก็มี   แต่ถ้าใครไม่อยากเปลี่ยนเราก็มีวีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้คุณได้ ซึ่งวิธีนี้คนที่ใช้ เครื่องช่วยฟัง ก็สามารถนำไปปฏิบัติได้เช่นเดียวกัน ก่อนอื่นคุณต้องทำการตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่า อุปกรณ์ของคุณนั้นมีปัญหาจริงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าเดาว่าเกิดจากสิ่งนั้นแต่ความจริงแล้วต้นเหตุอาจจะมาจากสิ่งอื่นก็ได้ เช่น การที่ลำโพงไม่ได้ยินชัด อาจจะไม่ได้เป็นที่ลำโพง แต่อาจจะเกิดจากคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือของคุณเอง ถ้าคอมพิวเตอร์หรือมือถือมีปัญหาก็ควรไปแก้ไขให้ตรงจุด ดีกว่าที่จะไปเปลี่ยนลำโพงใหม่พอเอากลับมาใช้คุณภาพเสียงก็แย่เหมือนเดิม การได้ยินเสียงไม่ชัดหรือเสียงนั้นเกิดการมีปัญหานั้นไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดกับคนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเท่านั้น เพราะคนธรรมดาก็สามารถประสบพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ได้เช่นกัน คนบางคนมีปัญหาทางการได้ยินแล้วต้องใช้เครื่องช่วยฟังก็สามารถที่จะได้ยินทุกอย่างปกติเหมือนกับคนทั่วไป   ดังนั้นเมื่อพวกเขารู้สึกได้ว่าเสียงที่ได้ยินเริ่มมีปัญหาพวกเขาก็ต้องหาวิธีการแก้ไขหรือหาทางออกที่ดีเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าจะไปมองแค่ว่าพวกเขานั้นหูหนวก หูไม่ดี ใช้เครื่องช่วยฟังแล้วทำให้เสียงเพี้ยน แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช้เลย ดังนั้นคนที่ใช้เครื่องช่วยฟังก็คือคนปกติทั่วไป เพียงแค่ทุกคนนั้นรู้จักวิธีการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดเท่านั้นเอง

pic

ในระดับการได้ยินการเข้าใจคำพูดเริ่มใช้ dB มากกว่า 26 ควรเริ่มใช้ช่วยเครื่องฟังในเบื้องต้น เพราะระดับความพิการ อยู่ในระดับหูตึงน้อย อาจจะใช้เครื่องที่มี dB ไม่สูงมากนะ เพราะจะไม่ทำลายแก้วหู ประสาทรับเสียง ระดับการได้ยิน / ระดับความพิการ / ความสามารถในการเข้าใจคำพูด0-25 dB / ปกติ / ไม่ลำบากในการรับฟังคำพูด26-40 dB / หูตึงน้อย / ไม่ได้ยินเสียงกระซิบ41-55 dB / หูตึงปานกลาง / ไม่ได้ยินเสียงพูดปกติ56-70 dB / หูตึงมาก / ไม่ได้ยินเสียงพูดที่ดังมาก71-90 dB / หูตึงรุนแรง / ได้ยินไม่ชัดแม้ต้องตะโกน>90 dB / หูหนวก / ตะโกน หรือใช้เครื่องขยายเสียงก็ไม่ได้ยิน

ร้านเครื่องข่วยฟังnextone
CALL CENTER เปิดบริการทุกวัน ( 9.00 น. - 18.00 น.)

บริการให้คำปรึกษา / โทรนัดหมายล่วงหน้า